|
ถังคั่วทรงกระบอกแกนนอน ต้นแบบ
ของศูนย์วิศวกรรมเกษตร กรมวิชาการเกษตรฯ
ความเร็ว 40 รอบ/นาที มอเตอร์ 1 แรง
ใช้พัดลมดูดความร้อนจากถัง 1/4 แรงม้า
และพัดลมดูดฝุ่นละออง ความชื้น 1/3 แรงม้า
ปริมาณ 10 กก.ต่อครั้งเวลา 15-25 นาที
ระบบการทำงานของเครื่องคั่ว
เมล็ดกาแฟได้รับความร้อนโดยการสัมผัส
กับผิวโลหะ
โดยตรง
[Directly-trens-ferred heat]
หรือ โดยการสัมผัสกับอากาศร้อน
ในการหมุนเวียน
[Fluidised beds]
ทำให้เมล็ดกาแฟได้รับความร้อนอย่างสม่ำเสมอ
โดยที่ส่วนบรรจุเมล็ดกาแฟเป็นถังกลมหมุนได้รอบ
ขณะที่รับความร้อน มีส่วนช่วยพลิกเมล็ดกาแฟ
ในถังขณะคั่ว
เพื่อกระจายการรับความร้อนโดยทั่วกัน
การควบคุมอุณหภูมิในการคั่ว
เป็นการควบคุมอุณหภูมิกึ่งอัตโนมัติ
ให้คงที่ตามที่ตั้งไว้ หรือ ปรับเองได้
การลดอุณหภูมิหลังการคั่วแล้ว
มีความสำคัญที่ต้องหยุดความพอดีของขนาด
ที่ต้องการในการคั่ว
ต้องเทกาแฟออกจากถังคั่ว
ลงในถาด ที่มีพายกวนวนตลอด และ มีพัดลมดูด
อากาศ ดูดควันกาแฟ หรือ
ใช้วิธีการพรมละอองน้ำ
เพื่อช่วยลดความร้อนจากเมล็ดกาแฟโดยรวดเร็ว

๐ เพื่อให้ได้ระดับที่มีมาตรฐาน
จำเป็นต้องมีตัวอย่าง
เมล็ดกาแฟไว้เปรียบเทียบสี ระดับต่างๆ
๐ อุณหภูมิและเวลา ( กำหนดจากเครื่อง 10
ลิตร)
ของศูนย์เกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร
๐การคั่วกาแฟ
สำหรับผู้คั่วที่ดีนั้นย่อมต้องได้รับการฝึก
และมีทักษะต่องานมาพอควร
ซึ่งก็ยืนหยัดอยู่ที่
ความเป็นศาสตร์และศิลป์ของวิชาชีพนี้
จนมีความชำนาญจึงจะสามารถ นำสารกาแฟ
ที่คัดเกรดในระดับต่างๆ
มาทำการคั่วให้ได้รสชาติที่ดี
โดยแยกเป็นกลุ่มหลักได้ 3 กลุ่มด้วยกันคือ
|
สามระดับการคั่วกาแฟ
Intanon Coffee
1.คั่วอ่อน
Light Roast
"Cinnamon" "American"
การคั่วระดับอ่อนให้กาแฟเป็นสีน้ำตาลอ่อน
ไม่มีความมันที่ผิวเมล็ดใช้อุณหภูมิความร้อน
ที่ประมาณ 350/*Fเวลาประมาณ
10-15 นาที
2.คั่วกลาง
Medium Roast
"Full City"
"Vienna"
กาแฟที่มีความเข้มปานกลาง
เมล็ดกาแฟเป็นสีน้ำตาล
และมีความมันจากน้ำมันในเมล็ดเคลือบ
เจือจาง คั่วที่อุณหภูมิ
400-430องศาฯ*F
ใช้เวลาประมาณ 15-20
นาที
3.คั่วเข้ม
Espresso
"French" "Italian"กาแฟเข้ม
ระดับนำไปชง
Espresso
กาแฟเป็น
สีน้ำตาลแก่เกือบไหม้
ที่คั่วในอุณหภูมิ 450องศาฯ*F
ระยะเวลาประมาณ 15-20 นาที
ความเปลี่ยนแปลงของเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้ว
เมล็ดกาแฟที่คั่วแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ
ทางเคมี และ โครงสร้างทางกายภาพ ดังนี้
๐ การสูญเสียน้ำหนัก
เนื่องจากการสูญเสีย
ความชื้น เมล็ดกาแฟดิบก่อนคั่ว
มีระดับความชื้นประมาณ 12-13
%
เมื่อคั่วแล้วน้ำหนักจะลดลงไปอีกประมาณ 15-20
%
(หรือคั่ว 10 กิโลจะเหลือ 8 กิโลกรัม)
๐ การเกิดแก๊ส
ส่วนใหญ่จะเป็นแก๊สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 87
%
แก๊สอื่นๆได้แก่ คาร์บอนมอนน๊อกไซค์ 7.3 %
และไนโตรเจน 5.3 %
แก๊สคาร์บอนไดอ๊อกไซด์
จำนวนประมาณครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ในเมล็ดกาแฟ
ที่คั่วแล้ว และ จะค่อยๆคลายออกมาช้ามาก
กว่าจะหมด
ต้องไม่ต่ำกว่า 30
ชั่วโมง(จึงต้องระวังการบรรจุ )
๐ การขยายขนาด
เมล็ดกาแฟคั่วแล้วจะมีขนาดใหญ่ขึ้นร้อยละ 40
-70
๐ เมล็ดกาแฟลดความหนาแน่น
จะกรอบ เปราะและ แตกหักง่าย
เมื่อผ่านการคั่วแล้ว
๐ การเปลี่ยนแปลงของแข็งที่ละลายน้ำได้
กาแฟโรบัสต้าคั่วแล้ว จะมีของแข็ง
[Soluble solids]
มากกว่ากาแฟ..อราบิก้า
การคั่วกาแฟแบบความร้อนสูง
และใช้ระยะเวลาสั้น จะทำให้มีของแข็ง
ที่ละลายน้ำได้มากกว่าปกติ
๐ การเกิดสีน้ำตาลของผิวเมล็ดกาแฟ
ความร้อนทำให้องค์ประกอบของน้ำตาลโมเลกุลใหญ่
[Polysaccharide]
และซูโครส [Sucrose]
เปลี่ยนสภาพเป็นสารเหนียว
สีน้ำตาลเข้ม[
Caramelized] เคลือบผิวของเมล็ด
------------------
ข้อมูลเหล่านี้
ย่อมมีตัวแปรได้จากเครื่องคั่วต่างกัน
เมล็ดกาแฟขนาดต่างกัน ความชื้นของเมล็ดกาแฟ
ปริมาณจำนวนกาแฟที่ต่างกัน ระหว่าง 5- 10 กก.
การควบคุมความร้อน และ เวลาที่สัมพันธ์ |